พระพุทธเจ้าทรงแสดงที่มาแห่งบุญไว้ 3 ประการย่อๆ คือ
1.บุญเกิดจากการให้ทาน
2.บุญเกิดจากการรักษาศีล
3.บุญเกิดจากการภาวนาอบรมจิตใจ
การสร้างความดีทุกประการนั้นล้วนเป็นแหล่งของการเกิดผลบุญกุศลทั้งสิ้น แล้วก่อให้เกิดอานิสงส์ที่จะสร้างความสำ
เร็จในชีวิตได้ทุกเรื่อง
บุญเกิดจากการให้ทาน เมื่อถวายของแก่พ่อแม่ ภิกษุสงฆ์ หรือให้สิ่งของแก่ใคร ไม่ว่าจะให้ของแก่พ่อแม่ พี่น้อง ญาติมิตร แม้เอาข้าวให้หมากิน เอาอาหารโยนให้ปลากิน เอาเศษอาหารโปรยให้มดกิน ขณะนั้นจะเกิดกระแสบุญเป็นแสงเรืองรองแผ่ออกจากตัวผู้ให้ทันทีและเพียงไม่กี่วินาทีแสงนี้จะพุ่งหายขึ้นไปเบื้องบน และสะสมเป็นกองบุญอยู่บนเทวโลก ดังนั้นจึง***ขอเน้นย้ำว่าหลักสำคัญที่สุดว่าขณะของหลุดจากมือเมื่อใส่บาตรหรือถวายของให้พระสงฆ์หรือให้ของแก่ใครก็ตาม เราต้องอธิษฐานจิตแผ่บุญทันที อย่ามัวไปรอแผ่บุญตอนสวด “ยถาสัพพี...” เนื่องจากการแผ่ให้ตอนพระยถาฯอย่างที่เคยปฏิบัติกันมานั้นผิด เพราะกระแสบุญได้เลือนจางหายไปอยู่บนสวรรค์หมดแล้ว ต้องคิดแผ่บุญในทันทีทันใดว่า “บุญนี้จงเป็นของเทวดาผู้รักษาตัวข้า” หรือ “บุญนี้จงเป็นของเจ้ากรรมนายเวรของข้า” หรือ “บุญนี้จงเป็นของเทวดา ภูต ผี ปีศาจ เปรต ครุฑ นาค ยักษ์ ที่สถิตอยู่ในสถานที่ เรือกสวนไร่นาหรือเคหะสถานบ้านเรือนของข้า” หรือ “บุญนี้จงเป็นของเทวดาผู้รักษาบุตรของข้า จงเป็นของเทวดาผู้รักษาบิดามารดาของข้า” เป็นต้น ขึ้นอยู่กับว่าต้องการแก้ไขปัญหากลัดกลุ้มในเรื่องไหน
บุญอันเกิดจากการภาวนา ให้อธิษฐานก่อนเช่นว่า ขอบุญที่จะเกิดจากการภาวนาต่อไปนี้ ถึงแก่เจ้ากรรมนายเวร ที่ทำให้ข้าพเจ้าเจ็บป่วย(เป็นอะไร) หรือเราจะให้ใครก็ให้อธิษฐานเอง แล้วก็เริ่มภาวนาได้เลยหลังจากเลิกภาวนาก็ให้อุทิศบุญนี้ไปอีกครั้งหนึ่ง บุญที่เกิดจากการภาวนานี่จะมีพลานุภาพแรงยิ่งกว่าบุญจากการให้ทานมาก ฉะนั้นพวกภูตผีชั้นต่ำมักรับไม่ค่อยได้ เราต้องเปิดช่องไว้ก่อนภาวนา เขาจะได้เตรียมรับตามกำลังความสามารถของตนเอง เพราะถ้าหากจะให้ตอนที่ภาวนาเสร็จแล้วจึงให้ ก็เปรียบเหมือนเราปล่อยน้ำที่พุ่งจากท่อดับเพลิงแต่เขาเอาภาชนะที่ไม่เหมาะสมมารับ เขาจะรับไม่ได้เนื่องจากกำลังจิตของเขาไม่แข็งแรงพอ หากเราอธิษฐานเปิดให้เขาเตรียมตัวไว้ก่อน ก็เหมือนกับเปิดก๊อกน้ำออกค่อยๆโดยมีภาชนะน้อยก็เอามาตวงรับตามกำลังที่เขามี แต่สำหรับเทวดาบุญหนักศักดิ์ใหญ่ ท่านสามารถรับบุญใหญ่หลังภาวนาอยู่แล้วเปรียบเสมือนท่านมีโอ่ง มีถังขนาดใหญ่สำหรับรองรับน้ำที่พุ่งจากท่อดับเพลิงนั้นเอง
บุญอันเกิดจากการรักษาศีล การทำบุญด้วยการตั้งใจรักษาศีล ก็ย่อมเกิดบุญกุศลขึ้นเช่นกันทุกครั้งที่ระลึกถึงศีลตัวเองรักษาดีแล้ว ไม่ด่างพร้อยก็สามารถอธิษฐานส่งบุญได้ว่า “บุญที่ข้าพเจ้าได้รักษาศีลนี้จงถึงแก่...” หรือในการทำความดีทุกอย่าง เช่นแม้แต่การพูดให้เขาได้สติคิดดี การได้ช่วยเหลือคน การได้ทำประโยชน์ส่วนรวมย่อมก่อให้เกิดความปิติดีใจ นั้นแหละคือบุญให้รีบส่งบุญถึงผู้ที่เราต้องการให้บุญทันที
วันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
ที่มาของการเปิดเผยเคล็ดการแผ่บุญแก้กรรม
ที่มาของการเปิดเผยเคล็ดการแผ่บุญแก้กรรม
ชีวิตของมนุษย์และสัตว์ ทั้งในโลกนี้และในโลกทิพย์ ล้วนมีส่วนสัมพันธ์ถึงกันในเรื่องกฎแห่งกรรมอยู่ตลอดเวลา ในการเวียนว่ายตายเกิดไปๆมาๆจะหาที่ไม่เคยเป็นญาติ ไม่เคยเป็นเพื่อน ไม่เคยเป็นเจ้ากรรมนายเวรต่อกันนั้นไม่มี ชีวิตของทุกผู้ทุกคนจึงมีส่วนสัมพันธ์กันไม่มากก็น้อย ทั้งในส่วนดีมากและดีน้อย ทั้งในส่วนเลวมากและเลวน้อย ทั้งในส่วนที่ทำให้เกิดความเคียดแค้นชิงชังมากชิงชังน้อย ทั้งในส่วนที่รักมากและรักน้อยตามแต่กรณี
การได้ดีตกยาก เจ็บไข้ได้ป่วยของมนุษย์และสัตว์ ส่วนหนึ่งเกิดจากผลกรรมในอดีตชาติและปัจจุบันชาติ อีกส่วนหนึ่งได้รับเหตุปัจจัยกระทบจากสิ่งรอบข้าง อีกส่วนหนึ่งเกิดจากการกระทำของวิญญาณลี้ลับที่เรามองไม่เห็น เช่น เทวดาช่วยเหลือ เทวดาให้โทษ เจ้ากรรมนายเวรที่เคียดแค้นชิงชังให้โทษ ในคนทุกคน สัตว์ทุกตัวจะมีเทวดารักษาอย่างน้อย 2 องค์ เทวดาประจำตัวนี่แหละที่มีอิทธิพลต่อเราอย่างคาดไม่ถึง บ้างก็ชอบช่วยเหลือให้เราประสบความสำเร็จ หรือช่วยปกป้องคุ้มครองให้เรารอดพ้นจากภัยอันตรายที่น่าหวาดเสียวมาได้อย่างอัศจรรย์ซึ่งบางทีเราก็ยกให้เป็นอานุภาพของวัตถุมงคล ที่แขวนคอเสียก็มี เด็กน้อยบางคนแม้ไม่มีวัตถุมงคลแขวนคอเลยแต่ตกบ้านตกเรือนด้วยความซุกซน แต่ไม่ได้รับอันตรายเพราะเหมือนมีใครมาอุ้มไว้ก่อนตกถึงพื้นก็มี บุคคลบางคนไม่มีวัตถุมงคลติดตัวเลย แต่สามารถหลุดพ้นจากอุบัติเหตุและการดักทำร้ายของศัตรูได้อย่างปาฏิหาริย์ นั่นคือการปกป้องรักษาจากเทวดาประจำตัวเขาหรือญาติในโลกทิพย์ของเขา
ในเรื่องกฎของกรรม เราชาวพุทธคงไม่มีใครปฏิเสธ เมื่อตนเองกำลังเดือดร้อน กำลังเครียดหรือกำลังทุกข์ทรมานในเรื่องใดๆที่จำต้องยอมทนอย่างไม่มีทางเลือก หลายๆท่านมักจะจงนึกจงคิดแต่เพียงเรา จะขอรับชะตากรรมนั้น หวังจะชดใช้ให้มันหมดเวรหมดกรรมจบๆกันไป การคิดเช่นนี้ดูจะเข้าท่า ตามหลักการยอมรับในกฎของกรรม แต่ออกจะหยาบและดูจะปิดโอกาสปิดช่องทางของตนเองอย่างสิ้นเชิง นี่เองท่านพระอาจารย์กล่าวว่าพวกเราไม่รู้ ว่ามันยังมีทางออก มีทางเลือกที่แสนจะง่าย ทั้งๆที่เรามีทางเลือก ที่จะยอมรับในผลกรรมด้วยวิธีของตนเองได้ ทั้งๆที่เรามีวิธีที่จะชำระล้างหนี้แค้นหนี้กรรม ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรเขาโดยที่เราไม่ได้เบี้ยวหนี้ โดยที่เราก็ยังเคารพในกฎของกรรมโดยที่เราไม่ต้องทุกข์ทรมานไม่ต้องกลุ้มไม่ต้องเครียดขณะเดียวกันเจ้ากรรมนายเวรเขาก็พอใจกับประโยชน์สุขนี้อย่างเต็มที่ ความเคียดแค้น พยายาทอะไรต่างๆที่มีต่อเราก็จางมลายหายไปสิ้น เขาก็เป็นสุข เราก็เป็นสุข แต่นี่....เรากลับปล่อยให้เขาเลือกที่จะเล่นงานเราอยู่ฝ่ายเดียว ต่างฝ่ายต่างก็เป็นทุกข์ด้วยกันทั้งคู่ เขาก็ทุกข์กรุ่นอยู่กับความพยาบาทอาฆาต เราก็ทุกข์ด้วยเวทนาเพราะเขาคอยจ้องแต่จะมาเล่นงานอย่างไม่เลิกรา อย่ากระนั้นเลย เรามายอมรับกฎของกรรมแต่โดยดีในแบบฉบับที่เราเลือกได้ด้วย “บุญ” กันดีกว่า คนเราล้วนแต่เคยสั่งสมบุญ ให้ทานกันมาแล้วทั้งนั้น ทั้งในชาติก่อนและในชาตินี้ ถ้าจะนึกถึงบุญมันก็เยอะจนจำไม่หวาดไม่ไหว แต่ด้วยความไม่รู้จักชำระหนี้แค้นให้แก่เจ้ากรรมนายเวร ดั่งว่าทำบุญไปก็คิดแต่จะรอให้ตายซะก่อนแล้วค่อยไปทำบุญในสรวงสวรรค์ แล้วก็พากัน เอาแต่บ่นว่าบุญอะไรก็ทำมาหมด แล้วชีวิตก็ไม่เห็นจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงดีขึ้นมาซักที ก็จะได้ดีอย่างไร ในเมื่อสักแต่ว่าทำบุญ แต่ทำไม่เป็น ถูกสอนสั่งกันมาอย่างผิดๆ มัวแต่ไปรออุทิศกรวดน้ำ เจ้ากรรมนายเวรเขาก็เลยไม่ได้รับ บ้างก็ไม่เคยเผื่อแผ่ให้บุญแก่เทวดาที่รักษาตัวเอง ไม่เคยให้เจ่ากรรมนายเวรที่ตามจองเวรกันอยู่ ไม่เคยให้เทวดาที่รักษาตัวเองและญาติทิพย์ที่อาศัยอยู่ในเขตบ้าน เขตเรือน ไม่เคยให้แก่เทวดา ที่ช่วยดูแลรักษากิจการงาน ห้างร้าน ไม่เคยให้เทวดาที่รักษาเจ้านายของตัวเอง แถมบางทีการแผ่อุทิศบุญ ก็ให้ไม่เฉพาะเจาะจงเข้าอีกหรือดันไปให้ตอนที่แสงบุญหมดไปแล้ว เทวดาเหล่านั้นบางองค์อาจมีบุญน้อยมีฤทธิ์น้อย จึงไม่สามารถช่วยเหลืออะไรเราได้มาก แต่ถ้าเขาได้รับอานิสงส์บุญจากเราอย่างถูกวิธีบ่อยๆเขาจะกลายเป็นเทวดาที่มีฤทธิ์มีอำนาจ สามารช่วยเหลือให้เราประสบความสำเร็จได้ดังใจหมาย
ชีวิตของมนุษย์และสัตว์ ทั้งในโลกนี้และในโลกทิพย์ ล้วนมีส่วนสัมพันธ์ถึงกันในเรื่องกฎแห่งกรรมอยู่ตลอดเวลา ในการเวียนว่ายตายเกิดไปๆมาๆจะหาที่ไม่เคยเป็นญาติ ไม่เคยเป็นเพื่อน ไม่เคยเป็นเจ้ากรรมนายเวรต่อกันนั้นไม่มี ชีวิตของทุกผู้ทุกคนจึงมีส่วนสัมพันธ์กันไม่มากก็น้อย ทั้งในส่วนดีมากและดีน้อย ทั้งในส่วนเลวมากและเลวน้อย ทั้งในส่วนที่ทำให้เกิดความเคียดแค้นชิงชังมากชิงชังน้อย ทั้งในส่วนที่รักมากและรักน้อยตามแต่กรณี
การได้ดีตกยาก เจ็บไข้ได้ป่วยของมนุษย์และสัตว์ ส่วนหนึ่งเกิดจากผลกรรมในอดีตชาติและปัจจุบันชาติ อีกส่วนหนึ่งได้รับเหตุปัจจัยกระทบจากสิ่งรอบข้าง อีกส่วนหนึ่งเกิดจากการกระทำของวิญญาณลี้ลับที่เรามองไม่เห็น เช่น เทวดาช่วยเหลือ เทวดาให้โทษ เจ้ากรรมนายเวรที่เคียดแค้นชิงชังให้โทษ ในคนทุกคน สัตว์ทุกตัวจะมีเทวดารักษาอย่างน้อย 2 องค์ เทวดาประจำตัวนี่แหละที่มีอิทธิพลต่อเราอย่างคาดไม่ถึง บ้างก็ชอบช่วยเหลือให้เราประสบความสำเร็จ หรือช่วยปกป้องคุ้มครองให้เรารอดพ้นจากภัยอันตรายที่น่าหวาดเสียวมาได้อย่างอัศจรรย์ซึ่งบางทีเราก็ยกให้เป็นอานุภาพของวัตถุมงคล ที่แขวนคอเสียก็มี เด็กน้อยบางคนแม้ไม่มีวัตถุมงคลแขวนคอเลยแต่ตกบ้านตกเรือนด้วยความซุกซน แต่ไม่ได้รับอันตรายเพราะเหมือนมีใครมาอุ้มไว้ก่อนตกถึงพื้นก็มี บุคคลบางคนไม่มีวัตถุมงคลติดตัวเลย แต่สามารถหลุดพ้นจากอุบัติเหตุและการดักทำร้ายของศัตรูได้อย่างปาฏิหาริย์ นั่นคือการปกป้องรักษาจากเทวดาประจำตัวเขาหรือญาติในโลกทิพย์ของเขา
ในเรื่องกฎของกรรม เราชาวพุทธคงไม่มีใครปฏิเสธ เมื่อตนเองกำลังเดือดร้อน กำลังเครียดหรือกำลังทุกข์ทรมานในเรื่องใดๆที่จำต้องยอมทนอย่างไม่มีทางเลือก หลายๆท่านมักจะจงนึกจงคิดแต่เพียงเรา จะขอรับชะตากรรมนั้น หวังจะชดใช้ให้มันหมดเวรหมดกรรมจบๆกันไป การคิดเช่นนี้ดูจะเข้าท่า ตามหลักการยอมรับในกฎของกรรม แต่ออกจะหยาบและดูจะปิดโอกาสปิดช่องทางของตนเองอย่างสิ้นเชิง นี่เองท่านพระอาจารย์กล่าวว่าพวกเราไม่รู้ ว่ามันยังมีทางออก มีทางเลือกที่แสนจะง่าย ทั้งๆที่เรามีทางเลือก ที่จะยอมรับในผลกรรมด้วยวิธีของตนเองได้ ทั้งๆที่เรามีวิธีที่จะชำระล้างหนี้แค้นหนี้กรรม ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรเขาโดยที่เราไม่ได้เบี้ยวหนี้ โดยที่เราก็ยังเคารพในกฎของกรรมโดยที่เราไม่ต้องทุกข์ทรมานไม่ต้องกลุ้มไม่ต้องเครียดขณะเดียวกันเจ้ากรรมนายเวรเขาก็พอใจกับประโยชน์สุขนี้อย่างเต็มที่ ความเคียดแค้น พยายาทอะไรต่างๆที่มีต่อเราก็จางมลายหายไปสิ้น เขาก็เป็นสุข เราก็เป็นสุข แต่นี่....เรากลับปล่อยให้เขาเลือกที่จะเล่นงานเราอยู่ฝ่ายเดียว ต่างฝ่ายต่างก็เป็นทุกข์ด้วยกันทั้งคู่ เขาก็ทุกข์กรุ่นอยู่กับความพยาบาทอาฆาต เราก็ทุกข์ด้วยเวทนาเพราะเขาคอยจ้องแต่จะมาเล่นงานอย่างไม่เลิกรา อย่ากระนั้นเลย เรามายอมรับกฎของกรรมแต่โดยดีในแบบฉบับที่เราเลือกได้ด้วย “บุญ” กันดีกว่า คนเราล้วนแต่เคยสั่งสมบุญ ให้ทานกันมาแล้วทั้งนั้น ทั้งในชาติก่อนและในชาตินี้ ถ้าจะนึกถึงบุญมันก็เยอะจนจำไม่หวาดไม่ไหว แต่ด้วยความไม่รู้จักชำระหนี้แค้นให้แก่เจ้ากรรมนายเวร ดั่งว่าทำบุญไปก็คิดแต่จะรอให้ตายซะก่อนแล้วค่อยไปทำบุญในสรวงสวรรค์ แล้วก็พากัน เอาแต่บ่นว่าบุญอะไรก็ทำมาหมด แล้วชีวิตก็ไม่เห็นจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงดีขึ้นมาซักที ก็จะได้ดีอย่างไร ในเมื่อสักแต่ว่าทำบุญ แต่ทำไม่เป็น ถูกสอนสั่งกันมาอย่างผิดๆ มัวแต่ไปรออุทิศกรวดน้ำ เจ้ากรรมนายเวรเขาก็เลยไม่ได้รับ บ้างก็ไม่เคยเผื่อแผ่ให้บุญแก่เทวดาที่รักษาตัวเอง ไม่เคยให้เจ่ากรรมนายเวรที่ตามจองเวรกันอยู่ ไม่เคยให้เทวดาที่รักษาตัวเองและญาติทิพย์ที่อาศัยอยู่ในเขตบ้าน เขตเรือน ไม่เคยให้แก่เทวดา ที่ช่วยดูแลรักษากิจการงาน ห้างร้าน ไม่เคยให้เทวดาที่รักษาเจ้านายของตัวเอง แถมบางทีการแผ่อุทิศบุญ ก็ให้ไม่เฉพาะเจาะจงเข้าอีกหรือดันไปให้ตอนที่แสงบุญหมดไปแล้ว เทวดาเหล่านั้นบางองค์อาจมีบุญน้อยมีฤทธิ์น้อย จึงไม่สามารถช่วยเหลืออะไรเราได้มาก แต่ถ้าเขาได้รับอานิสงส์บุญจากเราอย่างถูกวิธีบ่อยๆเขาจะกลายเป็นเทวดาที่มีฤทธิ์มีอำนาจ สามารช่วยเหลือให้เราประสบความสำเร็จได้ดังใจหมาย
เคล็ดการใช้อำนาจบุญ แก้กรรม และปัญหาชีวิต
โดยพระอาจารย์เกษม อาจิณณสีโล วัดป่าสามแยก อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์
พุทธภาษิต
รักษาตัว กลัวกรรม อย่าทำชั่ว
จะหมองมัว หม่นไหม้ ไปเมืองผี
จงเลือกทำ แต่กรรม ที่ดีดี
จะได้มี ความสุข พ้นทุกข์ภัย
เคล็ด : การใช้อำนาจบุญ แก้กรรม – ปัญหาชีวิต
ผู้เปิดเผยเคล็ดลับเรื่องนี้คือ ท่านอาจารย์เกษม อาจิณณโสลี ท่านเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่หล้า พระอริยเจ้าแห่งวัดภูจ้อก้อ จ.มุกดาหาร อุปสมบทเมื่อ พ.ศ.2529 ท่านมีประสบการณ์ทางจิตที่โลดโผนพิสดาร แม้เดินจงกรมก็สามารถเดินเหยียบอากาศเอาผ้าไปพาดไว้บนกิ่งไม้สูงสิบเมตรได้ ทั้งสามารถมองเห็นภูตผีปีศาจ เทวดา นาค ครุฑ ยักษ์อย่างชัดแจ้ง แม้กระทั่งลืมตา มีญาณระลึกชาติย้อนหลังได้มากมายหลายชาติ เป็นพระสงฆ์ที่ใช้เวลาท่องเที่ยวไปนรกสวรรค์ปานเรื่องพระมาลัยโปรดสัตว์โลกนับไม่ถ้วน ด้วยท่านเป็นพระที่ไม่สนใจในลาภ ยศ ชื่อเสียง ทั้งเทพยาดาสูงต่ำ ตลอดจนภูตผีปีศาจต่างให้ความเคารพท่านมาก วัดของท่านจึงเป็นศูนย์รวมของเทพยดาและภูต ผี ปีศาจ เปรต อสุรกาย สัมภเวสีที่ตกทุกข์ได้ยาก ทั่วทุกสารทิศ พากันหลั่งไหลมุ่งไปหาขอความช่วยเหลือของท่าน แต่ละวันผู้คนมากหน้าหลายตาต่างดั้นด้นข้ามป่าข้ามเขา ผ่านหนทางอันทุรกันดารไปกราบท่าน เพื่อให้ท่านช่วยแก้ไขปัญหาเคราะห์กรรมต่างๆ ซึ่งท่านก็เพียงแต่แนะนำหลักการใช้บุญแก้กรรมแบบง่ายๆ แต่ทว่า...ได้ผลชะงักงันอย่างคาดไม่ถึง อย่างชนิดที่ไม่มีพระรูปไหนกล้าพูดแนะนำได้ย่างนี้ เรามักท่องเป็นคาถาอยู่ร่ำไปว่าเวรกรรมนั้นแก้ไม่ได้ แต่พระอาจารย์ท่านยืนยันรับประกันอย่างหนักแน่นให้ฟ้าผ่าห่ากิน ว่า...แก้ได้ ไม่ต้องลงทุนอะไรมาก ไม่ต้องทำพิธีสวดอะไร ให้ใหญ่โตเสียเวลา เสียเงินทองให้มากมาย แต่ปัญหาใหญ่อยู่ที่ว่า ทุกวันนี้คนทำบุญกันไม่เป็นดึงบุญที่เคยทำมาใช้ก็ทำไม่เป็น เป็นแต่ตะบันก้มหน้าก้มตาชดใช้กรรมอย่างจนตรอกอยู่ท่าเดียว หลายท่านเมื่อนำคำสอนที่ท่านแนะนำไปปฏิบัติ ต่างก็ได้ผลดีเกินคาด แต่ด้วยความที่ท่านไม่อยากเด่นดัง หากใครจะขอนำประวัติของท่านมาลงหนังสือ ท่านจะไม่ยอมพูดด้วย ท่านจะมีเมตตามากในการเทศน์การสอนญาติโยม แม้กลางคืนก็ยังต้อนรับผู้มาเยือนจากแดนทิพย์ไม่หยุดหย่อน พร่ำสอนเผยแพร่เคล็ดนี้ทั้งวันทั้งคืน ท่านมีแผ่นซีดีแจกจ่ายให้นำไปฟังแล้วบอกว่า “ ฟังแล้วให้นำไปปฏิบัติ แล้วแจกจ่ายกันฟังต่อ ฟังเข้าใจแล้วไม่จำเป็นต้องถ่อไปมาหาท่านที่วัดเพราะวันๆท่านก็เหนื่อยพอแล้ว การจะทำบุญจะทำที่ไหนก็ได้ ทำบุญกับพ่อ แม่เป็นพระอรหันต์อยู่ในบ้าน แล้วอุทิศบุญให้เทวดา และเหล่าสรรพสัตว์ในโลกทิพย์ก็ได้ผลเท่ากับถวายทานให้พระอรหันต์ วัดของท่านมีพอกินพอใช้แล้ว ไม่ขาดแคลนอะไร จึงไม่จำเป็นต้องหลั่งไหลมา ทำบุญกับท่านก็ได้”
วิชาเจริญเมตตาแผ่กุศลนี้ พระอาจารย์กล่าวว่า เคยใช้มามากมายตั้งแต่สมัยพุทธกาล แต่เพิ่งสาบสูญไปเมื่อ 300 – 400 ปีมานี่เอง ถ้าค้นคว้าในพระไตรปิฎก ก็พบมากแห่งที่เกี่ยวข้องกับการทำบุญและเทวดาผู้รับบุญท่านมีเรื่องราวพิสดาร มหัศจรรย์ในกรรมฐานอย่างมากมาย การตอบคำถามถึงปัญหาในการปฏิบัติธรรม ท่านจะตอบอย่างห้าวหาญ ทั้งคำถามในด้านโลกียและโลกุตระความหยาบละเอียดของอารมณ์ พระอริยะเจ้าแต่ละระดับทะลุไปจนถึงพระนิพพาน ทุกคำถาม มีคำตอบจากท่าน สุดแต่จะถามจะตอบปัญหาใด ลีลาการตอบคำถามของท่านจะออกแบบบ้านๆฟังแล้วเข้าใจง่ายไม่ต้องตีความ นำไปสู่การปฏิบัติพัฒนาทางจิตยิ่งๆขึ้นไป หนังสือที่ประมวลสรุปไว้นี้ เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เมื่ออ่านแล้วนำไปประพฤติปฏิบัติ ท่านก็จะประสบความสุขความสำเร็จตามปรารถนา แต่เรื่องนี้มิได้มุ่งหวังที่จะไม่ให้ใคร ไม่ต้องตาย!! มิได้มุ่งหวังจะทำให้ใครอยู่ค้ำฟ้าไปตลอดกาล กฎของไตรลักษณ์ย่อมเป็นไปตามไตรลักษณ์ ไหนๆเราก็ต้องตาย แต่เมื่อเราไม่มีทางเลือกที่จะตายได้อย่างสงบสุข ตายอย่างไม่ต้องมีทุกข์เวทนาและตายได้อย่างมีสติถึงพร้อม แล้วอย่างนี้เราจะปฏิเสธได้หรือ อีกอย่างหนึ่ง ข้อมูลสาระนี้ จะไม่เป็นประโยชน์อันใดต่อท่านที่ยังเหนียวแน่นอยู่กับมานะสังโยชน์ และไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้ขาดซึ่งอิทธิบาท 4 เช่นนี้แม้ฟ้าดินก็หมดปัญญาที่จะเข้าไปยุ่งอะไรกับท่าน เมื่อป้อนยาเข้าปากแต่ไม่ยอมกลืน จะคายทิ้งก็สุดแท้แต่เถิด
พุทธภาษิต
รักษาตัว กลัวกรรม อย่าทำชั่ว
จะหมองมัว หม่นไหม้ ไปเมืองผี
จงเลือกทำ แต่กรรม ที่ดีดี
จะได้มี ความสุข พ้นทุกข์ภัย
เคล็ด : การใช้อำนาจบุญ แก้กรรม – ปัญหาชีวิต
ผู้เปิดเผยเคล็ดลับเรื่องนี้คือ ท่านอาจารย์เกษม อาจิณณโสลี ท่านเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่หล้า พระอริยเจ้าแห่งวัดภูจ้อก้อ จ.มุกดาหาร อุปสมบทเมื่อ พ.ศ.2529 ท่านมีประสบการณ์ทางจิตที่โลดโผนพิสดาร แม้เดินจงกรมก็สามารถเดินเหยียบอากาศเอาผ้าไปพาดไว้บนกิ่งไม้สูงสิบเมตรได้ ทั้งสามารถมองเห็นภูตผีปีศาจ เทวดา นาค ครุฑ ยักษ์อย่างชัดแจ้ง แม้กระทั่งลืมตา มีญาณระลึกชาติย้อนหลังได้มากมายหลายชาติ เป็นพระสงฆ์ที่ใช้เวลาท่องเที่ยวไปนรกสวรรค์ปานเรื่องพระมาลัยโปรดสัตว์โลกนับไม่ถ้วน ด้วยท่านเป็นพระที่ไม่สนใจในลาภ ยศ ชื่อเสียง ทั้งเทพยาดาสูงต่ำ ตลอดจนภูตผีปีศาจต่างให้ความเคารพท่านมาก วัดของท่านจึงเป็นศูนย์รวมของเทพยดาและภูต ผี ปีศาจ เปรต อสุรกาย สัมภเวสีที่ตกทุกข์ได้ยาก ทั่วทุกสารทิศ พากันหลั่งไหลมุ่งไปหาขอความช่วยเหลือของท่าน แต่ละวันผู้คนมากหน้าหลายตาต่างดั้นด้นข้ามป่าข้ามเขา ผ่านหนทางอันทุรกันดารไปกราบท่าน เพื่อให้ท่านช่วยแก้ไขปัญหาเคราะห์กรรมต่างๆ ซึ่งท่านก็เพียงแต่แนะนำหลักการใช้บุญแก้กรรมแบบง่ายๆ แต่ทว่า...ได้ผลชะงักงันอย่างคาดไม่ถึง อย่างชนิดที่ไม่มีพระรูปไหนกล้าพูดแนะนำได้ย่างนี้ เรามักท่องเป็นคาถาอยู่ร่ำไปว่าเวรกรรมนั้นแก้ไม่ได้ แต่พระอาจารย์ท่านยืนยันรับประกันอย่างหนักแน่นให้ฟ้าผ่าห่ากิน ว่า...แก้ได้ ไม่ต้องลงทุนอะไรมาก ไม่ต้องทำพิธีสวดอะไร ให้ใหญ่โตเสียเวลา เสียเงินทองให้มากมาย แต่ปัญหาใหญ่อยู่ที่ว่า ทุกวันนี้คนทำบุญกันไม่เป็นดึงบุญที่เคยทำมาใช้ก็ทำไม่เป็น เป็นแต่ตะบันก้มหน้าก้มตาชดใช้กรรมอย่างจนตรอกอยู่ท่าเดียว หลายท่านเมื่อนำคำสอนที่ท่านแนะนำไปปฏิบัติ ต่างก็ได้ผลดีเกินคาด แต่ด้วยความที่ท่านไม่อยากเด่นดัง หากใครจะขอนำประวัติของท่านมาลงหนังสือ ท่านจะไม่ยอมพูดด้วย ท่านจะมีเมตตามากในการเทศน์การสอนญาติโยม แม้กลางคืนก็ยังต้อนรับผู้มาเยือนจากแดนทิพย์ไม่หยุดหย่อน พร่ำสอนเผยแพร่เคล็ดนี้ทั้งวันทั้งคืน ท่านมีแผ่นซีดีแจกจ่ายให้นำไปฟังแล้วบอกว่า “ ฟังแล้วให้นำไปปฏิบัติ แล้วแจกจ่ายกันฟังต่อ ฟังเข้าใจแล้วไม่จำเป็นต้องถ่อไปมาหาท่านที่วัดเพราะวันๆท่านก็เหนื่อยพอแล้ว การจะทำบุญจะทำที่ไหนก็ได้ ทำบุญกับพ่อ แม่เป็นพระอรหันต์อยู่ในบ้าน แล้วอุทิศบุญให้เทวดา และเหล่าสรรพสัตว์ในโลกทิพย์ก็ได้ผลเท่ากับถวายทานให้พระอรหันต์ วัดของท่านมีพอกินพอใช้แล้ว ไม่ขาดแคลนอะไร จึงไม่จำเป็นต้องหลั่งไหลมา ทำบุญกับท่านก็ได้”
วิชาเจริญเมตตาแผ่กุศลนี้ พระอาจารย์กล่าวว่า เคยใช้มามากมายตั้งแต่สมัยพุทธกาล แต่เพิ่งสาบสูญไปเมื่อ 300 – 400 ปีมานี่เอง ถ้าค้นคว้าในพระไตรปิฎก ก็พบมากแห่งที่เกี่ยวข้องกับการทำบุญและเทวดาผู้รับบุญท่านมีเรื่องราวพิสดาร มหัศจรรย์ในกรรมฐานอย่างมากมาย การตอบคำถามถึงปัญหาในการปฏิบัติธรรม ท่านจะตอบอย่างห้าวหาญ ทั้งคำถามในด้านโลกียและโลกุตระความหยาบละเอียดของอารมณ์ พระอริยะเจ้าแต่ละระดับทะลุไปจนถึงพระนิพพาน ทุกคำถาม มีคำตอบจากท่าน สุดแต่จะถามจะตอบปัญหาใด ลีลาการตอบคำถามของท่านจะออกแบบบ้านๆฟังแล้วเข้าใจง่ายไม่ต้องตีความ นำไปสู่การปฏิบัติพัฒนาทางจิตยิ่งๆขึ้นไป หนังสือที่ประมวลสรุปไว้นี้ เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เมื่ออ่านแล้วนำไปประพฤติปฏิบัติ ท่านก็จะประสบความสุขความสำเร็จตามปรารถนา แต่เรื่องนี้มิได้มุ่งหวังที่จะไม่ให้ใคร ไม่ต้องตาย!! มิได้มุ่งหวังจะทำให้ใครอยู่ค้ำฟ้าไปตลอดกาล กฎของไตรลักษณ์ย่อมเป็นไปตามไตรลักษณ์ ไหนๆเราก็ต้องตาย แต่เมื่อเราไม่มีทางเลือกที่จะตายได้อย่างสงบสุข ตายอย่างไม่ต้องมีทุกข์เวทนาและตายได้อย่างมีสติถึงพร้อม แล้วอย่างนี้เราจะปฏิเสธได้หรือ อีกอย่างหนึ่ง ข้อมูลสาระนี้ จะไม่เป็นประโยชน์อันใดต่อท่านที่ยังเหนียวแน่นอยู่กับมานะสังโยชน์ และไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้ขาดซึ่งอิทธิบาท 4 เช่นนี้แม้ฟ้าดินก็หมดปัญญาที่จะเข้าไปยุ่งอะไรกับท่าน เมื่อป้อนยาเข้าปากแต่ไม่ยอมกลืน จะคายทิ้งก็สุดแท้แต่เถิด
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)