วันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ที่มาของการเปิดเผยเคล็ดการแผ่บุญแก้กรรม

ที่มาของการเปิดเผยเคล็ดการแผ่บุญแก้กรรม
ชีวิตของมนุษย์และสัตว์ ทั้งในโลกนี้และในโลกทิพย์ ล้วนมีส่วนสัมพันธ์ถึงกันในเรื่องกฎแห่งกรรมอยู่ตลอดเวลา ในการเวียนว่ายตายเกิดไปๆมาๆจะหาที่ไม่เคยเป็นญาติ ไม่เคยเป็นเพื่อน ไม่เคยเป็นเจ้ากรรมนายเวรต่อกันนั้นไม่มี ชีวิตของทุกผู้ทุกคนจึงมีส่วนสัมพันธ์กันไม่มากก็น้อย ทั้งในส่วนดีมากและดีน้อย ทั้งในส่วนเลวมากและเลวน้อย ทั้งในส่วนที่ทำให้เกิดความเคียดแค้นชิงชังมากชิงชังน้อย ทั้งในส่วนที่รักมากและรักน้อยตามแต่กรณี
การได้ดีตกยาก เจ็บไข้ได้ป่วยของมนุษย์และสัตว์ ส่วนหนึ่งเกิดจากผลกรรมในอดีตชาติและปัจจุบันชาติ อีกส่วนหนึ่งได้รับเหตุปัจจัยกระทบจากสิ่งรอบข้าง อีกส่วนหนึ่งเกิดจากการกระทำของวิญญาณลี้ลับที่เรามองไม่เห็น เช่น เทวดาช่วยเหลือ เทวดาให้โทษ เจ้ากรรมนายเวรที่เคียดแค้นชิงชังให้โทษ ในคนทุกคน สัตว์ทุกตัวจะมีเทวดารักษาอย่างน้อย 2 องค์ เทวดาประจำตัวนี่แหละที่มีอิทธิพลต่อเราอย่างคาดไม่ถึง บ้างก็ชอบช่วยเหลือให้เราประสบความสำเร็จ หรือช่วยปกป้องคุ้มครองให้เรารอดพ้นจากภัยอันตรายที่น่าหวาดเสียวมาได้อย่างอัศจรรย์ซึ่งบางทีเราก็ยกให้เป็นอานุภาพของวัตถุมงคล ที่แขวนคอเสียก็มี เด็กน้อยบางคนแม้ไม่มีวัตถุมงคลแขวนคอเลยแต่ตกบ้านตกเรือนด้วยความซุกซน แต่ไม่ได้รับอันตรายเพราะเหมือนมีใครมาอุ้มไว้ก่อนตกถึงพื้นก็มี บุคคลบางคนไม่มีวัตถุมงคลติดตัวเลย แต่สามารถหลุดพ้นจากอุบัติเหตุและการดักทำร้ายของศัตรูได้อย่างปาฏิหาริย์ นั่นคือการปกป้องรักษาจากเทวดาประจำตัวเขาหรือญาติในโลกทิพย์ของเขา
ในเรื่องกฎของกรรม เราชาวพุทธคงไม่มีใครปฏิเสธ เมื่อตนเองกำลังเดือดร้อน กำลังเครียดหรือกำลังทุกข์ทรมานในเรื่องใดๆที่จำต้องยอมทนอย่างไม่มีทางเลือก หลายๆท่านมักจะจงนึกจงคิดแต่เพียงเรา จะขอรับชะตากรรมนั้น หวังจะชดใช้ให้มันหมดเวรหมดกรรมจบๆกันไป การคิดเช่นนี้ดูจะเข้าท่า ตามหลักการยอมรับในกฎของกรรม แต่ออกจะหยาบและดูจะปิดโอกาสปิดช่องทางของตนเองอย่างสิ้นเชิง นี่เองท่านพระอาจารย์กล่าวว่าพวกเราไม่รู้ ว่ามันยังมีทางออก มีทางเลือกที่แสนจะง่าย ทั้งๆที่เรามีทางเลือก ที่จะยอมรับในผลกรรมด้วยวิธีของตนเองได้ ทั้งๆที่เรามีวิธีที่จะชำระล้างหนี้แค้นหนี้กรรม ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรเขาโดยที่เราไม่ได้เบี้ยวหนี้ โดยที่เราก็ยังเคารพในกฎของกรรมโดยที่เราไม่ต้องทุกข์ทรมานไม่ต้องกลุ้มไม่ต้องเครียดขณะเดียวกันเจ้ากรรมนายเวรเขาก็พอใจกับประโยชน์สุขนี้อย่างเต็มที่ ความเคียดแค้น พยายาทอะไรต่างๆที่มีต่อเราก็จางมลายหายไปสิ้น เขาก็เป็นสุข เราก็เป็นสุข แต่นี่....เรากลับปล่อยให้เขาเลือกที่จะเล่นงานเราอยู่ฝ่ายเดียว ต่างฝ่ายต่างก็เป็นทุกข์ด้วยกันทั้งคู่ เขาก็ทุกข์กรุ่นอยู่กับความพยาบาทอาฆาต เราก็ทุกข์ด้วยเวทนาเพราะเขาคอยจ้องแต่จะมาเล่นงานอย่างไม่เลิกรา อย่ากระนั้นเลย เรามายอมรับกฎของกรรมแต่โดยดีในแบบฉบับที่เราเลือกได้ด้วย “บุญ” กันดีกว่า คนเราล้วนแต่เคยสั่งสมบุญ ให้ทานกันมาแล้วทั้งนั้น ทั้งในชาติก่อนและในชาตินี้ ถ้าจะนึกถึงบุญมันก็เยอะจนจำไม่หวาดไม่ไหว แต่ด้วยความไม่รู้จักชำระหนี้แค้นให้แก่เจ้ากรรมนายเวร ดั่งว่าทำบุญไปก็คิดแต่จะรอให้ตายซะก่อนแล้วค่อยไปทำบุญในสรวงสวรรค์ แล้วก็พากัน เอาแต่บ่นว่าบุญอะไรก็ทำมาหมด แล้วชีวิตก็ไม่เห็นจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงดีขึ้นมาซักที ก็จะได้ดีอย่างไร ในเมื่อสักแต่ว่าทำบุญ แต่ทำไม่เป็น ถูกสอนสั่งกันมาอย่างผิดๆ มัวแต่ไปรออุทิศกรวดน้ำ เจ้ากรรมนายเวรเขาก็เลยไม่ได้รับ บ้างก็ไม่เคยเผื่อแผ่ให้บุญแก่เทวดาที่รักษาตัวเอง ไม่เคยให้เจ่ากรรมนายเวรที่ตามจองเวรกันอยู่ ไม่เคยให้เทวดาที่รักษาตัวเองและญาติทิพย์ที่อาศัยอยู่ในเขตบ้าน เขตเรือน ไม่เคยให้แก่เทวดา ที่ช่วยดูแลรักษากิจการงาน ห้างร้าน ไม่เคยให้เทวดาที่รักษาเจ้านายของตัวเอง แถมบางทีการแผ่อุทิศบุญ ก็ให้ไม่เฉพาะเจาะจงเข้าอีกหรือดันไปให้ตอนที่แสงบุญหมดไปแล้ว เทวดาเหล่านั้นบางองค์อาจมีบุญน้อยมีฤทธิ์น้อย จึงไม่สามารถช่วยเหลืออะไรเราได้มาก แต่ถ้าเขาได้รับอานิสงส์บุญจากเราอย่างถูกวิธีบ่อยๆเขาจะกลายเป็นเทวดาที่มีฤทธิ์มีอำนาจ สามารช่วยเหลือให้เราประสบความสำเร็จได้ดังใจหมาย

ไม่มีความคิดเห็น: